ราวกับเป็นเรื่องราวในเทพนิยาย
เป็นหลักฐานว่าเรื่องราวนั้นจบลงแล้ว
จากการเดินทางที่แสนยาวนาน
มีเพียงบทเดียวที่ถูกตัดออกมา
มันคือความทรงจำของการเดินทางที่แสนสั้น
ของผู้กล้าคนหนึ่งที่ออกเดินทาง
ที่เคยปกคลุมผืนดินนี้เอาไว้
ผู้กล้าก็ได้หลับไหลไปแล้ว
เหลือแค่เพียงชีวิตประจำวัน
ที่แสนสงบสุขอยู่บนผืนดินนี้
แต่กระแสเวลาก็ไหลไปไม่หยุด
ผู้คนต่างก็ลืมเลือนเรื่องราวนั้นไป
รวมทั้งเส้นทางที่เคยอยู่ตรงนั้น
แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ทุกอย่างของเธอ
ทั้งคำพูด ความปรารถนา และความกล้า
มันก็ยังชัดเจนเลยนะว่ามันยังคงอยู่
เราก็แค่เลือกเดินตามเส้นทางเดียวกัน
ทั้งๆ ที่มันก็แค่นั้นเท่านั้นเองนี่นะ
แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไรยังไง
ก็อยากจะรู้ว่าเหตุผลที่น้ำตาบนแก้มนี้
ถ้าได้ลองเดินตามเส้นทางที่เคยเดินไปด้วยกัน
แม้ว่าจะไม่มีเธออยู่ตรงนั้นแล้วก็ตาม
ก็มั่นใจว่าจะหามันเจอแน่นอน
เรื่องราวมันก็ยังคงดำเนินอยู่
ฉันที่ออกเดินทางเพียงลำพัง
ก็ได้พบกับเธออีกครั้งในเมืองที่เราเคยผ่าน
เธอที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนที่นั่น
และเธอก็ยังอัธยาศัยดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
และก็ยังเอาแต่ขี้เก๊กอยู่เหมือนเคยเลยนะ
เครื่องหมายที่เธอทำไว้ตรงนั้นตรงนี้น่ะ
มันก็กลายเป็นหลักฐานแห่งความสงบสุข
เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องเหงาอยู่คนเดียว
เพื่อที่ฉันจะได้นึกถึงการเดินทางในวันนั้นขึ้นมา
ราวกับเป็นเรื่องราวในเทพนิยาย
เป็นหลักฐานว่าเรื่องราวนั้นจบลงแล้ว
การพบพานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตฉัน
การเดินทางจากหนึ่งในร้อยครั้งนั่น
แม้ว่ามันจะเลือนหายจากความทรงจำของใครก็ตาม
แต่ฉันก็ยังคงเดินต่อไปในอนาคต
ตั้งแต่วันนั้นที่จับมือเธอ
ทุกอย่างก็เริ่มต้นจากนั้นมา
จนทำให้นึกขำกับมันขึ้นมาทุกครั้งเลย
เวลาที่เรียบง่ายแบบนั้น ตอนนี้ก็ยังสดใสอยู่เลย
ที่ตรงนั้นที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่หันหลังกลับไปมอง
ก็จะมีรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนยิ่งกว่าอะไร
จุดเริ่มต้นของการเดินทางใหม่ครั้งนี้
มันคือการเดินทางกับชีวิตที่กำลังเบ่งบาน
บนผืนดินที่เธอเคยปกป้องมันไว้