จะโทษทุกอย่างกับฟ้าฝนเลยก็ได้นะ
ทั้งเรื่องความอึดอัดและความเหนื่อยล้าพวกนี้
ขนาดดวงอาทิตย์ก็ยังซ่อนทำตัวไม่รู้ไม่ชี้เลย
รถไฟฟ้าที่คนแน่นกำลังสั่นไหว
และขบวนที่วิ่งสวนมาก็คือรถไฟกึ่งด่วน
ลองมองหาใบหน้าของเมฆที่ไม่มีรูปร่างดู
"จงอธิบายความรู้สึกของผู้เขียน"
มันต้องตอบยังไงถึงจะถูกกันล่ะเนี่ย?
ข้ามผ่านขอบเขตของเรื่องราวที่คาดไว้เลย
ฤดูใบไม้ผลิสีครามอะไรแบบนั้น
มันไม่เหมาะกับฉันเลยสักนิด
ถึงอย่างนั้นก็รู้และเข้าใจดี ว่าช่วงเวลาที่มีแค่ครั้งเดียวนั้น
มันจะก่อให้เกิดความไม่แน่นอน
แต่ฉันจะไม่มีวันลืมเลือนมันแน่
จนกว่าจะถึงวันตาย จะกี่ครั้งก็ตาม
ว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และจะหัวเราะไปกับมัน
ห้องเรียนเล็กๆ ในสภาพสุญญากาศ
และหนุ่มสาวกำลังบานสะพรั่งกันอยู่
ตรงนั้นมันมีเส้นประแบ่งโลกของฉันอยู่ด้วย
ปมด้อยของตัวเองที่เกลียดมันเหลือเกิน
กับความรู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าคนอื่น
อารมณ์ที่ละเอียดอ่อนทั้งสองมันปะทะกันไม่หยุด
มันยังไงกัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย
"ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจ ก็รู้สึกอยู่เหมือนกัน"
นี่คิดแบบนั้นอยู่จริงๆ หรือเปล่าล่ะ?
ไม่รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของฉันเลยแท้ๆ
วันนี้ที่ใครสักคนเพิ่งจะเริ่มต้นมันขึ้นมา
สำหรับฉันมันคือจุดจบของวันนี้แล้ว
ก้าวเดินที่แสนซ้ำซาก กลับมีเสียงเรียกจากอนาคต
สะท้อนกลับมาว่า "เดินหน้าต่อไป" อยู่
โชคชะตาหรือปาฏิหาริย์อะไรแบบนั้น
จะมอบให้ฉันมาแบบนี้ก็น่าเสียดายแย่
แต่ก็ทำได้แค่เพียงก้าวเดินต่อไปเท่านั้นแหละ
ไม่ได้น่าเหนื่อยหน่ายเท่ากับผู้ใหญ่
ไม่ได้มีพรสวรรค์เท่ากับเด็กตัวเล็กๆ
เพราะตัวฉันตอนนี้ อยู่ตรงกลางของชีวิตไง
เหมือนกับว่ากำลังจะถูกสายลมพัดไป
จนถูกความสิ้นหวังกลืนกินไปจนหมด
แต่เสียงระฆังเดิมๆ และฝุ่นที่ก่อตัวอยู่ริมหน้าต่าง
รวมทั้งกลิ่นที่คุ้นเคยของห้องเรียนนี้
ฉันจะไม่มีวันลืมเลือนมันแน่
จนกว่าจะถึงวันตาย จะกี่ครั้งก็ตาม
ว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และจะหัวเราะไปกับมัน