ก็เชื่อมาตลอดเลยว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ เหมือนคนบ้าเลย
ความมั่นใจเล็กๆ นี่ มันพังทลายลงไปจนหมดเลย
ถ้าไม่มีเรื่องบังเอิญคราวนั้นล่ะก็ ตัวฉันก็คงยัง
จับมือควงแขนอยู่กับความเดียวดายโลดเต้นอยู่อย่างนั้น
ดีจังนะ ดีจริงๆ ทั้งที่เคยปรารถนามันตลอดแท้ๆ
ความฝันก็ยังห่างไกล มีแต่ก็เพียงความเป็นจริง
ยังหรอก ยังหรอก ยังไม่เพียงพอเลยสักนิด
ยังส่งไปไม่ถึงใจใครเลยสักหน่อย
หลักฐานการมีอยู่ของทั้งชีวิตนี้ จงก้าวข้ามคำว่านิรันดร์ไปเลย
บ้าเอ๊ย! ไม่ว่าจะทำยังไงเวลาก็ไม่ยอมหยุดลงสักที
ยังทันอยู่ไหมนะ กับจุดจบของโลกที่ไม่เคยรู้เห็น
ก้าวข้ามความเร็ว 340 เมตรต่อวินาทีไปเลย
ท่วงทำนองที่ไม่เคยมีใครได้ยินนี้มันจะก้องกังวานไม่หยุด
แม้จะไม่ต้องเปลี่ยนแปลง ก็จะไม่มีสิ่งใดมาแทนที่มันได้
แล้วจงจ้องมองอนาคตแห่งการเปลี่ยนแปลงซะ
ก็เชื่อมาตลอดเลยว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ จนรู้สึกตัวได้สักที
ว่ามีเสียงที่ผิดแปลก แล้วก็พ่ายแพ้ให้กับเสียงลมหายใจ
ก็อยากจะเชื่อนะว่ามันเลี่ยงไม่ได้ ว่าตัวฉันน่ะมัน
ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว เป็นสุดยอดฮีโร่สุดโง่เง่า
เอาไงล่ะ? ทำยังไงดี? ลองถามออกไปดู
ข้างในตัวฉันตอนนี้ มีตัวฉันกำลังร้องตะโกนอยู่
"ตัวเธอน่ะ ก็คือตัวเธอเองนะ เหมือนกับคนอื่นๆ
ไม่ได้ต้องการอนาคตอะไรนั่นใช่ไหมล่ะ"
ทั้งชีวิตทั้งกายทั้งใจ ก้าวข้ามขีดจำกัดนั่นไปเลย
ไม่ว่าจะผิดพลาดอีกสักกี่ครั้ง ก็อย่าหยุดมือข้างนี้
แม้มันจะไม่อาจเป็นจริง ก็ยังคงปรารถนาให้เป็นจริงอยู่ดี
จะมุ่งหน้าต่อไปสู่อนาคตที่ประกาศความพ่ายแพ้
"พรสวรรค์แสนธรรมดาทั้งชีวิต ก็เพราะไม่ใช่อัจฉริยะไงล่ะ
ไม่มีข้อดี ทำอะไรก็ไม่เป็น" ข้ออ้างทั้งหลายพวกนั้น
ไม่อยากจะพูดมันออกไป จะกี่ครั้งก็จะขอลองใหม่อีกที
ก้าวข้ามความเร็ว 340 เมตรต่อวินาทีไปเลย
ท่วงทำนองที่ไม่เคยมีใครได้ยินนี้มันจะก้องกังวานไม่หยุด
แม้จะไม่ต้องเปลี่ยนแปลง ก็จะไม่มีสิ่งใดมาแทนที่มันได้
อนาคตแห่งการเปลี่ยนแปลงอะไรนั่น
มันคือความหวังที่แน่นอนไม่ผิดเพี้ยนไง
ก็เชื่อมาตลอดเลยว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ ถึงอย่างนั้นก็ตาม