ทำนองที่ดังออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากความเหงาและกระเดื่อง
ที่กำลังโดนเหยียบอยู่นั่นมันกำลังอาบและไหลอยู่บนแก้มนี้
และเสียงจังหวะของสแนร์มันก็ถูกซ้อนทับไปบน
ความเหงาที่มันยังติดตรึงอยู่ในใจนี้
จนกลายเป็นเสียงหัวใจที่ดังกว่าอะไร
ใครก็ได้ ช่วยเอาเสียงรบกวนในใจนี้ออกไปที
ลองแอบส่องเข้ามาดูในตัวฉันหน่อย
แม้ว่าไม่มีใครคนไหนที่เข้ามาในใจนี้ได้ก็ตามที
แต่ก็แอบหวังอยู่ลึกๆ นะ เป็นคืนแบบนั้นน่ะแหละ
ที่ถ้าหากมันเริ่มขึ้นแล้วก็หยุดมันไม่ได้หรอกนะ
แม้แต่บทสรุปใดๆ ก็ยังหวั่นไหวไปกับเส้นเสียงของฉันเลย
ความขัดแย้ง ก็เป็นแบบนั้นตลอด
อยากจะเชื่อมโยงหัวใจที่ไม่เคยเดินเข้าหากันเลยนั่น
คำพูดที่มันถาโถมเข้ามาใส่
ไม่ว่าเมื่อไรมันก็ไม่เคยเลือนหายไปสักที
เหมือนเงาในยามพลบค่ำเลยนะ
ราวกับถูกไล่ตามตลอด ถ้าหยุดแม้แต่นิดเดียวก็จะถูกกลืนไป
ต้องวิ่งต่อไปอย่างสิ้นหวัง เพื่อให้ได้อีกค่ำคืนมา
ที่ถ้าหากมันเริ่มขึ้นแล้วก็ไม่มีอะไรต้องไปกลัว
เพราะทั้งเสียงรบกวนและเสียงคำรามจะทำให้ลืมมันไปเอง
โดดออกมา เชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟ
และส่องสว่างให้เหมือนเป็นกับดวงดาว
ด้วยเสียงเพลงของฉันเท่านั้น
ทุกครั้งที่สายกีตาร์นี้มันสั่น
บางสิ่งที่ไม่เคยหวั่นไหวมันก็เปลี่ยนแปลงไป
ทุกครั้งที่ปลายนิ้วนี้มันเริ่มแข็งขึ้นมา
ความตั้งใจนี้ก็จะแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกัน
แต่แค่นี้อย่างเดียวมันยังไม่หมดหรอกนะ
ลองรับเสียงไฮเกนหน้าสุดนี้ไปดูซะสิ
ที่ถ้าหากมันเริ่มขึ้นแล้วก็หยุดมันไม่ได้หรอกนะ
ข้อจำกัดเองก็ถูกเขียนใหม่ได้ด้วยประสบการณ์นะ
ดิสทอร์ชัน ก็เป็นแบบนั้นตลอด
ที่หัวใจมันวิ่งแซงสมองซีกซ้ายไปน่ะ
มอบดิสทอร์ชันไปยังคืนวันที่แสนเศร้า
คอร์ดที่ก้องกังวาน ในค่ำคืนที่แสนเดียวดาย
กับวันเวลาที่ต้องคอยวิ่งตามอุดมคติ
เสียงตีคอร์ด F ที่ถูกดีดไปพร้อมดิสทอร์ชัน