ที่เมื่อหลับตาลงก็กลายเป็นยามพลบค่ำ
กำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่กันแน่นะ
เพียงแค่ลืมตาตื่นขึ้นมาแค่นั้น
แววตาของเธอก็เป็นราวกระจกใส
แม้จะแค่นิดๆ ก็ยังได้กลิ่นฟ้าที่แจ่มใส
ฟ้าเอ๋ยจงแจ่มใส ดอกไม้จงเบ่งบาน
เบ่งบานราวกับเป็นความผิดของฟ้าที่แจ่มใส
แม้จะเป็นหยาดฝนที่กำลังจะหยุดลงนี้
ก็ยังทำให้เธอสดใสได้ใต้ฟ้าที่แจ่มใสนี้อยู่ดี
เสียงที่ดังอยู่ในหัวใจนี้ช่วยเงียบลงที
เพราะพวกเราก็คือสายลมที่สดใส
จงข้ามผ่านหมู่เมฆนั่นมากมายนั่นไป
เธอที่ดูเป็นคนสว่างสดใสนั้น
แต่แค่หลับตาลงก็กลับเป็นสีฟ้าคราม
มีเรื่องอะไรที่ทำให้เศร้าใจอยู่กันแน่นะ
แววตาของเธอที่เป็นราวกระจกใส
ที่เพียงแค่ลืมตาตื่นขึ้นมาแค่นั้น
ตอนนี้กลับได้กลิ่นของสายฝนขึ้นมานิดๆ
ร่ำไห้มันออกมา ท้องฟ้าเอ๋ยจงร่ำร้อง
ร่ำร้องราวกับเป็นความผิดของสายฝน
แม้จะเป็นหยาดฝนที่ตกหนักเสียเพียงใด
เหนือหมู่เมฆนั่นมันก็คือฟ้าที่สดใส
เสียงที่ตกกระทบผืนดินเอ๋ยจงดังไป
เพราะพวกเราก็คือพายุใบไม้ผลิ
จงข้ามผ่านท้องทะเลกว้างไกลนั่นไป
หยาดฝนที่ผ่านไป ทำให้พืชพรรณสั่นไหว
หมู่เมฆทั้งหลาย นั่นก็ความผิดของฤดูบไม้ผลิเช่นกัน
เป็นดั่งสายลม ที่พัดพาฤดูใบไม้ผลิในใจเราไป
ฟ้าเอ๋ยจงแจ่มใส ท้องฟ้าจงแยกออก
แยกออกราวกับเป็นความผิดของฤดูใบไม้ผลิ
แม้จะเป็นหยาดฝนที่กำลังจะหยุดลงนี้
ก็ยังทำให้เธอสดใสได้ใต้ฟ้าที่แจ่มใสนี้อยู่ดี
ขับร้องเสียงที่ดังอยู่ในหัวใจนี้
เพราะพวกเราก็คือสายลมใบไม้ผลิ
สายลมที่สดใสที่ได้ยินเสียงอยู่ตอนนี้
เอาล่ะ ใช้บทเพลงนี้ทำให้มันสงบลงเถอะ!
ฟ้าเอ๋ยจงแจ่มใส ดอกไม้จงเบ่งบาน
เบ่งบานราวกับเป็นความผิดของฟ้าที่แจ่มใส
จงข้ามผ่านหมู่เมฆนั่นมากมายนั่นไป