ความสุขน่ะตอนนี้ ที่สักแห่งในค่ำคืนของเมืองแห่งนี้
ส่องสว่างขึ้น ทีล่ะนิด ทีล่ะนิด
การได้พบพานกันนี้ เห็นไหม มันได้นำพาให้ฉัน
เข้าไปสู่ดินแดนแห่งฝัน แสงอันงดงามที่แสนหอมหวาน
ถูกชักชวนด้วยเสียงฝีเท้าที่แสนสั้น
รวมความหวังที่ไม่มีวันเลือนหายไว้เป็นหนึ่ง
คิดไปเองหรือเปล่านะ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่านะ
แสงที่อยากจะสัมผัสมันนั่น มันอยู่แค่เอื้อมนี่เอง
ในเมืองแห่งนี้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยแสงระยิบระยับ
เพียงถอนหายใจที่แสนเยือกเย็นนั่นสักครั้งนึง
ทุกคนน่ะไม่ว่าใครๆ ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่น
พเนจรไปเรื่อย ตัวฉันจะไปถึงที่ตรงไหนนะ
ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ต้องนั่งนับค่ำคืนที่แสนเดียวดายเพียงลำพัง
จงรวบรวมหัวใจที่ยังเหมือนเด็กกะโปโลนั่น
เวทมนตร์ที่จะส่องสว่างให้กับฉัน
ความสุขน่ะตอนนี้ ที่ริมขอบในค่ำคืนของเมืองแห่งนี้
ส่องสว่าง เราสองคน ทีล่ะนิด
เพียงลองลืมตาตื่นขึ้นมา นั่นไง ก็ไปถึงดินแดนแห่งฝัน
และมันก็มีเธออยู่ที่ตรงนั้น
ใต้แสงดาวมากมายนี้ ไม่มีใครเลยที่รับรู้
หัวใจเต้นเร็วจนแทบหลุด อาจจะดูไม่เหมือนฉันสักเท่าไร
ก็ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเป็นตอนนี้จะไปถึงไหนก็ได้แล้ว
ช่วยนำพาฉันไปที แสงอันงดงามที่แสนหอมหวาน
ไม่เคยจะเชื่อมันเลยสักครั้ง จะเรื่องบังเอิญที่แสนวิเศษนั่น
หรือหนังสือภาพแห่งโชคชะตา ที่เคยชื่นชมสมัยเด็กๆ ก็ตาม
มือที่จับกันมั่น ระหว่างที่ร่วมร้องเพลงนี้ไปด้วยกัน
มันก็ได้นำทางฉันมาที่นี่ ราวกับบอกว่ามันอยู่ตรงนี้เลย
ในคืนวันที่ถูกแช่แข็งอยู่ภายใต้เงาที่แสนเศร้า
หัวใจที่แสนซุ่มซ่าม ก็ถูกเรียกหา
เวทมนตร์ที่จะละลายฉันได้ เสกมันที
เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง แม้ว่าทุกสิ่งมันจะเลือนหายไปก็ตาม
แค่เราลองลืมตาตื่นขึ้นมา เห็นไหม มันก็ส่องสว่างไปถึงอนาคตแล้ว
และตัวฉันก็ยืนอยู่ที่ตรงนี้ไง
ใต้แสงดาวมากมายนี้ จะสิ่งใดก็ไม่ต้องการอีกแล้ว
ด้วยคาถาอัญเชิญนี้ แม้เวลานี้มันอาจจะไม่หยุดลงก็ตามที
ก็ไม่เป็นไร เราสองคนน่ะจะไปถึงไหนก็ได้แล้ว
ถูกชักชวนด้วยเสียงฝีเท้าที่แสนสั้น
รวมความอ่อนโยนที่จะไม่เลือนหายนั่นไว้เป็นหนึ่ง
ตัวฉันเองในตอนนี้ ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่น
ขอบคุณที่มอบฝันมาให้นะ แสงอันล้ำค่าที่แสนนุ่มนวล
เวทมนตร์ฤดูหนาวที่ไม่มีวันคลาย แสงอันงดงามที่แสนหอมหวาน